คราวนี้ผมขอพักเรื่องสิงสาราสัตว์ พาไปเยือนสถานที่แห่งหนึ่งนะครับ 

ปกติผมต้องผจญภัยเข้าสู่ใจกลางกรุงเทพสัปดาห์ละ 5 วัน (บางครั้งก็ 6 วัน ถ้างานไม่เสร็จ) พอถึงระยะหนึ่ง ผมจะเกิดเป็นโรคเบื่อกรุงขึ้นมา อาการของมันประมาณว่า เอียนสิ่งก่อสร้างสี่เหลี่ยมสีเทาๆ  เบื่อการเดินกระแทกไหล่มนุษย์เงินเดือน  ไม่อยากฟังเสียงอัตโนมัติซ้ำๆ ว่า “next station”  เมื่อยที่จะต้องชายตามองสาวออฟฟิศ  อยากอ้วกเมื่อต้องคิดๆๆๆ จนสมองทำงานราวกับเครื่องจักร หรือขี้เกียจนั่งหลังแข็งเป็นเหล็กขึ้นสนิมอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์  เมื่ออาการหนักๆ ผมจึงต้องหาที่ที่ช่วยถอนอาการเหล่านี้บ้าง

วันอาทิตย์ไหนที่ว่าง หรือมีโอกาสเหมาะ ผมจะไปยังสถานที่แห่งหนึ่ง  ไม่ไกลจากเมืองหลวงมากนัก ขับรถเพียง 40 นาทีจากย่านงามวงศ์วาน ไปตามถนนวงแหวนตะวันตก มุ่งไปทางบางปะอิน เมื่อเข้าสู่เขต อ.สามโคก ปทุมธานี พบสะพานข้ามคลองที่ชื่อเก๋ๆ ว่า คลองควาย  ผมก็หักรถเลี้ยวเข้าสู่ถนนลาดยางสายเล็กๆ

ยิ่งห่างจากถนนสายหลักลึกเข้าไปเรื่อยๆ โลกอีกใบหนึ่งจะเผยโฉมหน้าตัวเองออกมามากขึ้น มันคือโลกที่มีทุ่งนา กองฟาง ชาวนา คนผูกผ้าขาวม้า คนที่มีคำว่าทิดนำหน้าชื่อ ฝูงวัว เป็ดไล่ทุ่ง แปลงผัก ต้นหว้า ต้นกระถิน ต้นมะขามเทศ นกยาง นกกระปูด นกกระจาบ รถไถ ข่ายดักปลา หุ่นไล่กา ฯลฯ  และเมื่อได้สัมผัสสิ่งเหล่านี้ โรคเบื่อกรุงของผมก็ค่อยๆ กระเด็นร่วงหล่นไปตามถนน...

 

 

ประมาณ 5 กิโลเมตร ถนนก็ตัดผ่านทุ่งนากว้าง สุดแนวทุ่งนา มีแนวต้นไม้เขียวชอุ่มขึ้นขวางราวกับกำแพง  ถนนตัดทะลุเข้าไปยังกำแพงต้นไม้นั้น ยังสถานที่ที่ชื่อว่า “บ้านทุ่งปลายคลอง”  ผมเลี้ยวรถเข้าไป ปิดเพลง ปิดแอร์ ดับเครื่อง และเปิดประตูลงมาสัมผัสกับกลิ่นและเสียงของธรรมชาติ

ผมก็ไม่แน่ใจนักว่าจะเรียกที่นี่ว่าอะไร  แต่ที่รู้ก็คือสถานที่แห่งนี้ไม่ใช่ที่ที่ผมต้องใช้สมองขบคิด ไม่ต้องแข่งขัน ไม่ต้องคำนึงถึงเวลา  ผมมาที่นี่เพียงเพื่อนั่ง นอน เดินชมสิ่งต่างๆ ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้คงดูไร้สาระในเมืองใหญ่  แต่ผมสามารถทำกับต้นไม้ สระน้ำ ท้องนา หรือสัตว์ต่างๆ ได้โดยไม่ต้องกังวลว่ามันจะมาดุด่าว่ากล่าว

ปกติผมเป็นคนที่ให้ความสำคัญกับเวลามาก (จากการปลูกฝังโดยเจ้านาย) แม้แต่วันหยุด จนรู้สึกว่าบางครั้งการนอนกลางวัน การดูดีวีดีหนังตลกสักเรื่อง หรือการไปดื่มเบียร์กับเพื่อนในยามค่ำ เป็นการเสียเวลาโดยใช้เหตุ  ผมเลยต้องพยายามทำหรือคิดอะไรอยู่ตลอด แต่เมื่อมาที่นี่ ผมกลับสบายใจที่จะนั่งดูต้นข้าวพลิ้วไปตามลม หรือนอนบนแคร่เหม่อมองดูท้องฟ้า อาจเป็นเพราะเสียงนก เสียงใบไม้ และลมเย็นๆ คอยกระซิบให้ผมใจเย็นก็ได้

 

  

 

 

 

 

บ้านทุ่งปลายคลองแห่งนี้เป็นของลุงตุ้ม ชายวัย 63 ปี  ที่หันหลังจากความวุ่นวายของสังคม เดินทางผ่านถนนลูกรังมาสร้างบ้านกลางทุ่งนาปลายคลองควาย  แกใช้เวลาสัปดาห์ละ 3 วันอยู่ที่บ้านทุ่งปลายคลอง มานานกว่า 16 ปีแล้ว  ถ้าไม่นับค่าน้ำมันกับค่าน้ำค่าไฟละก็ นับว่าลุงตุ้มแทบจะไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายอะไรเลย ในที่ที่เต็มไปด้วยการใช้ชีวิตร่วมกับธรรมชาติอย่างพอเพียงเช่นนี้

ลุงตุ้มไม่ใช่คนจากเมืองกรุงที่มาสร้างบ้านในชนบทโดยไม่สนใจวิถีชีวิตของผู้คนที่นี่  แกเรียนรู้และให้หลายสิ่งหลายอย่างกับชาวบ้าน ทำให้ชาวบ้านนับถือและให้หลายสิ่งหลายอย่างกับแกเช่นกัน

ชาวบ้านคลองควายผู้มีน้ำใจงามยิ่งกว่านางงามเหล่านี้ประกอบอาชีพทำนาเป็นหลัก  คลอง 2 สาย ได้แก่คลองควายและคลองพระอุดมที่ไหลแยกมาจากแม่น้ำเจ้าพระยาทำให้บริเวณนี้มีน้ำท่าอุดมสมบูรณ์ นาแถวนี้นับว่าให้ผลผลิตดีมาก สามารถทำได้ปีละ 2-3 ครั้งอย่างสม่ำเสมอ

ลำคลองและแหล่งน้ำต่างๆ แถวนี้ก็มีปลาอุดมสมบูรณ์มาก ทั้งปลาช่อน ปลาดุก ปลานิล ปลาหมอ รวมทั้งปลารสเยี่ยมหายากอย่างปลาเนื้ออ่อน ปลาแดง ปลาเค้า ปลาแขยง หรือปลากราย  ชาวบ้านยังเลี้ยงไก่ เป็ด วัว เพาะเห็ด ปลูกผักนานาชนิด เรียกได้ว่าถ้าไม่นับน้ำปลา น้ำตาล หรือน้ำมัน คนแถวนี้แทบจะไม่ไต้องเสียเงินค่าอาหารเลย

 

 

 

นอกจากวิถีชีวิตที่เรียบง่ายของชาวบ้านแล้ว สิ่งที่ทำให้ผมหลงรักที่นี่คือธรรมชาติ ที่นี่เป็นเสมือนห้องเรียนธรรมชาติที่สวยงาม ทั้งพืช สัตว์ ดิน น้ำ ลม ฝน ฯลฯ ล้วนแต่คอยบอกเล่าเรื่องราวอยู่เสมอ ที่สำคัญสิ่งเหล่านี้ไม่ต้องลงทุนหรือใช้เงินซื้อมา เพราะชีวิตต่างๆ แวะมาเยือนหรือเข้ามาอาศัยอยู่ที่นี่เอง และมันก็จะผลัดเปลี่ยนโฉมหน้าอยู่เสมอ

นกยางที่เฝ้ารอปลา นกแอ่นอพยพในฤดูหนาว นกกระจาบทำรังบนต้นมะพราว แมงมุมซุ่มดักเหยื่อตามใบไม้ แมลงปอบินร่อนเต็มท้องฟ้า หิ่งห้อยกะพริบแสงยามค่ำคืน ดอกหญ้าผลิบานล่อแมลง มะกอกน้ำออกลูกดกเต็มต้น เห็ดโคนขึ้นตามจอมปลวกช่วงเข้าพรรษา  ดอกไม้นานาพรรณบานสะพรั่ง  ผมมีความสุขกับการเฝ้าดูธรรมชาติและเรียนรู้ความหมายของชีวิตที่แฝงซ่อนอยู่

 

 

 

 

  

 

 

ทุกวันนี้วิถีชีวิตที่เต็มไปด้วยการแข่งขันจากสังคมเมืองขยายวงออกไปกว้างมากขึ้น สังเกตได้บ้านจัดสรรที่ผุดขึ้นมาแทนที่ทุ่งนา  ปฏิเสธไม่ได้ว่าวิถีชีวิตในเมืองทำให้เราต้องเร่งรีบ แข่งขัน ผมไม่อาจกล่าวว่ามันไม่ดี แต่บางครั้งก็ทำให้เรารู้สึกเหนื่อย หรือหลงลืมบางสิ่งที่อยู่ภายในตัวเองไป

สำหรับตัวผม การได้สัมผัสธรรมชาติหรือวิธีชีวิตที่เรียบง่าย ทำให้จังหวะการก้าวเดินช้าลง ผมไม่ต้องแข่งขันอะไรในสถานที่แบบนี้  ทำให้มีเวลาทบทวนเรื่องของตัวเองมากขึ้น  แม้ชีวิตหลักยังต้องดิ้นรนและแข่งขันกันต่อไป แต่เมื่อใจของเราเปิดพื้นที่ส่วนหนึ่งให้กับชีวิตที่สงบแบบนี้แล้ว ผมคิดว่ามันคงช่วยรั้งความทะยานอยาก การมุ่งหาเป้าหมาย และความเร่งรีบที่นำไปในทางเสื่อมได้บ้าง และหวังว่าทุกคนคงรู้สึกเช่นเดียวกัน

อย่างน้อยเมื่อคุณเห็นทุ่งนาเขียวชอุ่ม ลำคลองน้ำใส นกปากห่างฝูงใหญ่ ชายชราวางเบ็ดดักปลา เด็กหนุ่มเลี้ยงวัว ปลาช่อนกับลูกครอกตัวแดง ดอกหญ้าพลิ้วไหว เด็กน้อยเดินหาเห็ด หรือรอยยิ้มของชาวนาเมื่อเห็นข้าวออกรวง  คุณคงไม่ใจร้ายพอที่จะทำลายสิ่งเหล่านี้ได้หรอก ใช่ไหมครับ และเมื่อคุณรักมันแล้ว มันจะทำให้ชีวิตของคุณมีอีกด้านหนึ่งที่สวยงามและอ่อนโยน

 

 

 

 

หลายคนที่ใช้ชีวิตในเมืองหลวงฝันถึงการมีบ้านสักหลังในต่างจังหวัดหรือตามชนบท เช่นเดียวกับลุงตุ้ม  แต่การใช้ชีวิตในที่แบบนี้โดยได้รับความสุขที่แท้จริงไม่ใช่เรื่องง่าย  คงไม่ยากที่ใครจะมาปลูกบ้านอยู่ในที่แบบนี้ ขอเพียงคุณมีเงินก็ทำได้แล้ว  แต่การอยู่ร่วมกับธรรมชาติและเข้าใจวิถีชีวิตของผู้คน เพื่อได้รับความสุขที่แท้จริงนั้น ไม่ใช่เรื่องที่ใช้เงินซื้อได้  คุณต้องเปิดใจ เรียนรู้ และสละบางสิ่ง เพื่อให้เข้าถึงความสุขที่แท้จริง...

เรื่องราวของบ้านทุ่งปลายคลองยังมีอีกมากมายที่รอให้ค้นหา มันอาจซ่อนอยู่ตามใบไม้ ในพงหญ้า ลอยไปตามสายลม หรือหล่นมากับหยาดฝน ไว้ผมจะมาเล่าให้ฟังกันในคราวต่อๆ ไปครับ

ปล.ลุงตุ้มคือพ่อผมเองครับ

 

 

เอนทรี่สัตว์โลกน่ารักน่าจุ๊บ จะนำเสนอชีวิตสัตว์ต่างๆ ที่น่าสนใจให้ได้อ่านกันครั้งละ 1 ตัวครับ (เพราะถ้าเขียนหลายตัว ผมต้องใช้พลังงานสูง และจะพาลขี้เกียจจนดองบล็อกยาว)  สัตว์น่ารักน่าจุ๊บในเอนทรี่นี้เป็นความชอบส่วนตัวของผู้เขียนนะครับ โปรดใชวิจารณญาณในการเลือกจุ๊บ

 

ระวังไข่ของคุณให้ดี! มีสัตว์บางตัวที่ชอบไข่เป็นชีวิตจิตใจ เมื่อความมืดปกคลุม มันจะเลื้อยอย่างเงียบเชียบ สายตาสอดส่องหาเป้าหมาย และเมื่อเจอ มันก็จะงับ จ๊าก! 

เข้าเรื่องดีกว่า จากรูปข้างบน จะเห็นงูประหลาดตัวหนึ่งที่มีหัวพองนูนเหมือนลูกบอล  เราคงสงสัยว่ามันกินอะไรเข้าไป ผลไม้ ก้อนหิน หรือลูกนิมิต แต่ไม่ใช่ทั้งนั้น สิ่งที่อยู่ในปากมันคือ ไข่!

เจ้างูตัวนี้มีชื่อเพราะๆ ว่า งูกินไข่ (egg-eating snake)  ชื่อก็บอกแล้วว่าอาหารของมันคือไข่ แต่คุณผู้ชายทั้งหลายไม่ต้องกลัวนะครับ (เลิกกุมเป้าได้แล้ว) อาหารของมันไม่ใช่ไข่มนุษย์แต่อย่างใด แต่เป็นไข่นกเท่านั้น  งูในภาพกินไข่นกเข้าไปทั้งฟองจนตัวพองอย่างที่เห็น  น่าอะเมซซิ่งว่า มันกินไข่ใบใหญ่กว่าหัวเข้าไปได้อย่างไร โดยที่ไข่ยังไม่แตกเสียด้วย

 

หรือมันใช้วิชาเสกไข่เข้าท้อง

ธรรมชาติคือสุดยอดนักออกแบบ ร่างกายของงูกินไข่เหมาะกับการกินไข่นกอย่างสมบูรณ์แบบ ลองคิดดูเล่นๆ นะครับ สมมติว่าคุณเป็นดีไซน์เนอร์ที่จะออกแบบงูตัวหนึ่งที่กินไข่นกใบใหญ่ๆเป็นอาหาร  คุณจะออกแบบให้งูมีหน้าตาหรือพฤติกรรมอย่างไร

 มีปัญหาเกี่ยวกับไข่มากมายเชียวครับ
- จะอ้าปากให้กว้างกว่าไข่ได้ยังไง
- จะกลืนไข่ใบโตเข้าปากได้ยังไง
- จะกินทั้งเปลือกไข่เลยเหรอ
- แล้วจะย่อยเปลือกไข่ยังไง ฯลฯ

 

กินยังไงดีฟร่ะ

มาดูกันครับว่าเจ้างูกินไข่มีวิธีอย่างไร
งูกินไข่มีหลายชนิด อาศัยอยู่ในแอฟริกา เอเชีย และอเมริกาใต้ มันออกหากินตอนกลางคืน  โดยจะเลื้อยไปตามกิ่งไม้ หารังนกที่มีไข่  เมื่อพบไข่แล้วงูจะใช้ลิ้นเลียไข่ (โอ้ว!) เพื่อชิมดูว่าไข่ใบนั้นเน่าหรือไม่ หรือตัวอ่อนที่อยู่ในนั้นเจริญเป็นตัวแล้วหรือยัง มันจะไม่กินไข่ประเภทนี้ เพราะมันจะกินไข่ที่ตัวอ่อนยังไม่เป็นตัวเท่านั้น หรือกินไข่ที่ไข่แดงเยอะๆ นั่นเอง นับเป็นงูที่ชอบเจาะไข่แดงมากเลย

 

หน้าตาปกติของงูกินไข่ ก็เหมือนงูบ้านๆ ทั่วไป

งูกินไข่เป็นงูกลุ่มเดียวในโลกที่ไม่มีฟัน เพราะมันไม่ต้องการฟันหรือเขี้ยวที่ใช้กัดหยื่อแบบงูอื่น และฟันก็อาจจะเกะกะเวลากลืนไข่  นอกจากนี้ยังมีขากรรไกร กะโหลก และผิวหนังที่ยืดหยุ่นมากๆ ราวกับลูกโป่งเลยทีเดียว ทำให้สามารถกลืนไข่ทั้งฟองที่ใหญ่กว่าหัวหลายเท่า 

เมื่อเจอไข่ใบที่ถูกใจ มันก็จะใช้ตัวรัดไข่จนหน้าเขียว เอ๊ย ไม่ใช่ๆ มันจะอ้าขากรรไกรที่ขยายได้กว้าง แล้วค่อยๆ กลืนไข่เข้าไปในปากทีละนิดๆ  มันยังเหงือกหนาเป็นพิเศษช่วยดูดไข่ไว้ไม่ให้ลื่นออกจากปากด้วย 

 

ว้าว ไข่ขาวดีจัง

 

ปากตรูจะฉีกมั้ยเนี่ย

 

น่าจะเรียกว่างูชูชก

พอกลืนไข่เข้าไปแล้ว คราวนี้มันจะกินสิ่งที่อยู่ในไข่อย่างไร  งูกินไข่ก็จะใช้อวัยวะคล้ายฟันที่อยู่บริเวณคอเจาะเปลือกไข่  อวัยวะนี้พัฒนามาจากกระดูกสันหลังที่ยื่นผ่านเข้ามาในหลอดอาหาร  งูบีบตัวให้อวัยวะนี้เจาะเปลือกไข่ จนไข่แดงกับไข่ขาวที่อยู่ภายในไหลออกมา มันก็จะใช้ลำตัวบีบของเหลวนี้เข้าสู่กระเพาะอาหารกินอย่างอร่อย

หลังจากคั้นของเหลวในไข่ออกจนหมดเกลี้ยงแล้ว มันก็จะขย้อนเปลือกไข่ที่แตกออกมาคายทิ้งเปลือกไข่ที่แตกนี้ออกมาสวยงามมากครับ ไม่แตกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย แต่แน่นยังติดกันอย่างดี
นับว่าสุดยอดมากกับวิธีกินไข่ของมัน น่าจะนำวิธีนี้มาประยุกต์เป็นเครื่องตอกไข่นะครับ

ขั้นตอนการกินไข่ขั้นเทพ

 

Step1 อ้ากว้างๆ

 

Step2 กลืนๆๆ

 

Step3 เจาะ บีบ คั้น

 

Step4 ถุยเปลือก

งูกินไข่เป็นงูกลุ่มเดียวในโลกที่กินไข่นก มันไม่ต้องแย่งกับงูอื่นๆ ที่กินไข่ของสัตว์เลื้อยคลานหรือสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกซึ่งมีเปลือกไข่ไม่แข็ง (งูพวกนี้จะไม่คายเปลือก แต่จะย่อยเปลือกที่กินเข้าไป)  การที่งูกินไข่ไม่ต้องเสียเวลาย่อยเปลือกไข่ ทำให้มันกินไข่ได้มาก  นั่นเป็นสิ่งสำคัญ เพราะมันจะมีไข่กินในฤดูที่นกวางไข่เท่านั้น จึงต้องรีบกินสะสมให้มากที่สุด

แล้วงูฟันหลอแบบนี้ป้องกันตัวได้อย่างไร  งูกินไข่ไม่มีอาวุธป้องกันตัว แต่มันมีรูปร่างและสีที่คล้ายกับงูไวเปอร์ (viper) ซึ่งเป็นงูพิษที่อาศัยอยู่ในบริเวณเดียวกัน  ทำให้ผู้ล่าหลงเข้าใจผิดคิดว่ามันเป็นงูพิษ และเวลามีศัตรูมันก็จะทำเสียงขู่โดยเสียดสีเกล็ดไปมา

ทั้งหลายทั้งปวงนี้ จะเห็นว่าธรรมชาติมีความลงตัวของมัน สัตว์ต่างๆ ปรับตัวมาเพื่อวิถีชีวิตที่พอเพียง งูกินไข่ใช้ชีวิตไม่เบียดเบียนงูตัวอื่น (แต่เบียดเบียนนก!) มันปรับตัวมาสำหรับกินไข่นกเท่านั้น

เพราะฉะนั้นก็วางใจได้ครับ ว่างูตัวนี้จะไม่มายุ่งกับไข่ของคุณแน่นอน

คลิปสุดสยิว งูกินไข่สดๆ 
ทำใจดูหน่อยนะครับ แล้วจะพบความมหัศจรรย์ของเจ้างูตัวนี้

แล้วพบกับ เอนทรี่สัตว์โลกน่ารักน่าจุ๊บอีกนะครับ จุ๊บ จุ๊บ